วันอาทิตย์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2556

จงอธิบายคำสั่งแต่ละบรรทัดต่อไปนี้

<?php
$sql="select * from student order by id asc";
$query=mysql_query($sql) or die(mysql_error());
$num=mysql_num_rows($query);
echo "จำนวนทั้งหมด ".$num." คน<br>";
$i=0;
while($rs=mysql_fetch_array($query)){
$i++;
extract($rs);
echo $i." ".$name." ".$surname."<br>";
}
?>

อธิบายคำสั่ง

<?php
$sql ="select * from student order by id asc ";
(ตัวแปร sql = เลือกทุกฟิลด์จากtable student เรียงโดย id จากน้อยไปมาก  // asc = การเรียงจากน้อยไปมาก) 

$query=mysql_query($sql) or die(mysql_error());
(ตัวแปร query = ฟังก์ชันที่ใช้ในการประมวล sql ส่วน or die ตรวจสอบว่าถูกต้องหรือไม่ ถ้าไม่ถูกต้องมันก็จะ error)

$num=mysql_num_rows($query);
(ตัวแปร num = ประมวลผลโดยการนับจำนวน record ของ ตัวแปร query)

echo "จำนวนทั้งหมด ".$num." คน<br>";
(แสดงผลจำนวนคนทั้งหมด)

$i=0;
(กำหนดตัวแปร i ให้เท่ากับศูนย์)

while($rs=mysql_fetch_array($query)){
(วนลูปแสดงข้อมูล     // โดยข้อมูลถูกจัดเก็บเป็นอาเรย์)

$i++;
(ตัวแปร i เพิ่มขึ้นทีละหนึ่ง)

extract($rs);
(การแยกค่าตัวแปรอาเรย์)

echo $i." ".$name." ".$surname."<br>";
(แสดงค่าตัวแปร i แสดงข้อมูลในฟิลด์ name และ surname)
}
?>

วันพฤหัสบดีที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

if else

http://127.0.0.1/mukmik/mik.php

else and if else

<?php
$score=79;
if($score<50){
echo'grand 0';
}else if($score<56){
echo'grand 1';
}else if($score<60){
echo'grand 1.5';
}else if($score<66){
echo'grand 2';
}else if($score<70){
echo'grand 2.5';
}else if($score<75){
echo'grand 3';
}else if($score<80){
echo'grand 3.5';
}else{
echo'grand 4';
}
?>

วันศุกร์ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2556

ริ้วรอยตีนกา


สาเหตุที่ทำให้เกิดริ้วรอยก่อนวัยอันควร 

1 สาเหตุจากอายุ 
อายุ เป็นสัจธรรมที่ใครก็หลีกหนีไม่พ้น เมื่ออายุมากขึ้นผิวพรรณอันเป็นสังขารก็ย่อมล่วงโรยตามวันเวลาที่มากขึ้นเป็นธรรมดา อย่างไรก็ตามมีการศึกษาการเกิดริ้วรอยบนใบหน้าของผู้หญิง พบว่าจะแตกต่างกันตามวัยที่เพิ่มขึ้นดังนี้ 

· ปลายอายุ 20 เริ่มมีริ้วรอยบางๆ ที่ใต้ตา ริ้วรอยรอบๆ ตา ซึ่งเป็นผลจากการยิ้ม 

· ต้นอายุ 30 มีริ้วรอยบางๆ รอบดวงตาลึกขึ้น และรวมตัวชัดเป็นรอยเหี่ยวย่น รอยตีนกาที่หางตา และริ้วรอยบางๆ ระหว่างคิ้วและบนหน้าผาก ที่เป็นผลจากกิริยาขมวดคิ้ว 

· ปลายอายุ 30 รอยเหี่ยวย่นรอบดวงตา หน้าผาก และหว่างคิ้วเพิ่มมากขึ้น รอยเหี่ยวย่นรอบริมฝีปาก รอยเหี่ยวใต้ตา และร่องแก้มหย่อนคล้อยตามแรงโน้มถ่วงของโลก 

· อายุ 40 ขึ้นไป รอยเหี่ยวย่นรอบดวงตา ริมฝีปาก หน้าผาก และหว่างคิ้ว รอยเหี่ยวย่นจากการหย่อนคล้อยของผิวหน้า เส้นริ้วรอยที่ลำคอ 

2 ปริมาณสารคอลลาเจนที่อยู่ใต้ผิว 
โดยปกติผิวหน้าคุณเต่งตึงสวยงามอยู่ได้ เพราะสารคอลลาเจนที่อยู่ใต้ผิว ฉะนั้นเมื่ออายุมากขึ้น ร่างกายผลิตคอลลาเจนได้น้อยลง หรือความสมบูรณ์ของคอลลาเจนเสื่อมลง ริ้วรอยย่อมเกิดขึ้น แต่เกิดช้าๆ ทีละน้อย เริ่มจากรอยเล็กๆ บางๆ จนแทบมองไม่เห็นหรือมองข้ามไป มารู้ตัวอีกทีก็เป็นรอยลึกเสียแล้ว ซึ่งในแต่ละคน แต่ละเชื้อชาติล้วนมีต้นทุนคอลลาเจนแตกต่างกัน ส่วนคนเอเซียอย่างเรา แม้คอลลาเจนไม่แข็งแรงเท่าคนผิวดำ แต่ดีกว่าฝรั่งเยอะ เปรียบเทียบคนไทยกับฝรั่งที่อายุเท่ากันจะเห็นว่าคนไทยสาว ใส ดูดีกว่ามาก 

3 สภาวะแวดล้อม และวิถีชีวิต 
สภาวะแวดล้อม และวิถีชีวิตก็มีส่วนในการเกิดริ้วรอยด้วยเช่นกัน แพทย์ผิวหนังจึงแนะนำวิธีดูคุณภาพผิวที่แท้จริงด้วยการเปรียบเทียบระหว่างผิวที่ใบหน้ากับผิวที่ก้น ถ้าผิวที่หน้ามีริ้วรอยมากมาย ในขณะที่ก้นยังเต่งตึงอยู่ละก็ แสดงว่าพื้นฐานผิวคุณดี ปัจจัยภาพนอกเป็นตัวการทำลายคอลลาเจน และก่อให้เกิดริ้วรอย เช่น แสงแดด สูบบุหรี่จัด การที่น้ำหนักขึ้นๆ ลงๆ เป็นต้น 

4 แสงแดด 
เจ้าตัวนี้แหล่ะค่ะ ที่สามารถทำให้เกิดริ้วรอยก่อนวัยอันควรได้ เป็นสิ่งที่เราควรหลีกเลี่ยงและควรป้องกันเป็นอย่างยิ่ง รังสีอัลตราไวโอเลตในแสงแดดถือเป็นศัตรูตัวฉกาจที่กระตุ้นให้ผิวสร้างอนุมูลอิสระ และทำลายอีลาสตินกับคอลลาเจนในผิวหนังให้เสื่อมสภาพเร็วขึ้น ซึ่งเจ้ามารร้ายอัลตราไวโอเลตนี้มีพี่น้องร่วมท้อง 2 ชนิด รังสีผู้พี่คือ อัตราไวโอเลตเอ (ชื่อเล่นคือ UVA) โดย UVA จะค่อยๆทำให้ผิวเสื่อมสภาพโดยที่เราไม่รู้ตัวว่ากำลังถูก UVA ทำลายความแข็งแรงของอีลาสติน หรือคอลลาเจนอยู่ สาวๆ ออฟฟิศที่ทำงานในห้องแอร์เย็นฉ่ำไม่ทาครีมกันแดด หารู้ไม่ว่า UVA สามารถทะลุผ่านกระจกเข้าไปทำลายคุณได้ตั้งแต่เช้าจรดเย็น 

ประเภทริ้วรอยบนใบหน้า
สามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภท คือ

· ริ้วรอยที่(ควร)รับได้ เกิดขึ้นอย่างเหมาะสมกับวัย เช่น รอยตีนกา ร่องแก้มที่เกิดจากการยิ้ม ซึ่งจะทำให้ดูใจดี โอบอ้อมอารี มีความสุข

· ริ้วรอยที่(ควร)รับไม่ได้ ส่วนใหญ่เป็นร่องรอยจากพฤติกรรม เกิดจากความเครียด ความกังวล ทำให้แลดูสูวัยกว่าอายุจริง เช่น บริเวณรอบริมฝีปาก หน้าผาก ระหว่างคิ้ว รวมถึงริ้วรอยใต้ตา

· ริ้วรอยแถม คือ ริ้วเล็กๆ จำนวนมาก ทำให้ดูเหมือนผิวไม่เรียบเนียน พวกนี้ไม่ใช่ริ้วรอยถาวร เกิดจากผิวแห้ง ขาดความชุ่มชื่น เมื่อทาครีมบำรุงอย่างต่อเนื่องจะดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด รอยพวกนี้ไม่เกี่ยวกับคอลลาเจนเลย 

 วิธีการปกป้องริ้วรอยบนใบหน้า

1. ปกป้องผิวพรรณจากแสงแดด
รู้กันทั่วว่าทั้งเจ้ารังสียูวีเอและยูวีบีเป็นตัวการสำคัญทำให้เกิดริ้วรอย ยิ่งอาทิตย์สาดแสงแรงตลอดเวลาอย่างเมืองไทย 
แนะให้เลี่ยงเสีย หรือถ้ามีเหตุต้องปะทะแดดก็ชโลมครีมกันแดดเข้าไป นอกจากจะป้องกันผิวไม่ให้ไหม้แดดอันเป็นสาเหตุทำให้เกิดริ้วรอยแล้ว ยังป้องกันมะเร็งผิวหนังไปในตัว 

2. สวมแว่นกันแดด
นอกจากจะปกป้องผิวรอบดวงตาจากรังสีอัลตราไวโอเลตแล้ว ยังช่วยลดอาการหรี่ตา ย่นคิ้ว อันเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดรอยตีนกาได้ชะงัดนัก

3. ไม่สูบบุหรี่
การสูบบุหรี่ทำให้ออกซิเจนไม่สามารถไปหล่อเลี้ยงผิวพรรณได้เต็มที่และเพียงพอ ทำให้เซลล์ผิวหนังไม่สดใสและส่งผลให้เกิดเซลล์ใหม่ล่าช้าแล้ว ยังเร่งให้เกิดริ้วรอยบนใบหน้าเร็วขึ้น สำคัญที่สุดคือรอยย่นเล็กๆบริเวณริมฝีปาก ถ้าไม่อยากมีจีบรอบปากแถมปากดำคล้ำล่ะก็ เลิกเสีย 

4. รักษาความสะอาดอย่างล้ำลึก
หลังเสร็จภารกิจประจำวัน ไม่ว่าจากงานหรือเริงร่า อย่าลืมล้างหน้าให้สะอาดหมดจด นี่คือกฎเหล็กที่สาวทุกคนห้ามลืม 
ห้ามเผลอ ห้ามขี้เกียจผลัดคืนเป็นรุ่งเป็นอันขาด โดยเฉพาะสาวที่พอกเครื่องสำอาง ไม่ว่าจะหนาเตอะหรือบางเบา 
ก่อนล้างหน้าต้องใช้ครีมเช็ดคราบเครื่องสำอางให้หมดก่อนเสมอ แล้วจึงล้างด้วยสบู่ล้างหน้าที่เลือกสรรแล้วว่าเหมาะกับสภาพผิว เพื่อขจัดสิ่งสกปรกและเซลล์ผิวที่ตายแล้วให้หลุดลอกออกไป 

5. ให้ความชุ่มชื่นแก่ผิว
คืนความชุ่มชื้นให้แก่ผิวหน้าด้วยการโปะไนท์ครีมก่อนนอนทุกคืน และเติมกำลังเสริมด้วยการมาสก์หน้าทิ้งไว้ 5 – 10 นาทีอาทิตย์ละครั้ง ย้ำว่าอาทิตย์ละครั้ง ยุทธวิธีทบดอกเบี้ยประเภทอาทิตย์นี้ลืมอาทิตย์หน้ามาสก์ไปครึ่งชั่วโมงนั้น อย่าได้นำมาใช้เชียว 

6. การปรับสภาพผิว
หมั่นขัด นวด และปรับสภาพผิวเป็นประจำ อาทิตย์ละครั้งอีกเช่นกัน อาจจะด้วยการใช้สครับขัดหน้าเพื่อให้เซลล์ผิวกลับคืนสู่ความสดใส มีชีวิตชีวา อีกทั้งยังช่วยกระตุ้นการหมุนเวียนของระบบโลหิตให้แข็งแรงกระฉับกระเฉง ตบท้ายด้วยผลิตภัณฑ์ที่เปี่ยมคุณค่า อาทิ 
เซรั่มบำรุงผิวหรือครีมเข้มข้นที่พลิกฟื้นความสดชื่นให้แก่ผิวพรรณ 

7. คำนึงถึงสภาพอากาศ
ในแต่ละฤดูกาลทำให้ความชุ่มชื้นของผิวพรรณเปลี่ยนแปลง จึงควรใช้ครีมบำรุงตามสภาพอากาศไม่ใช่มีครีมอยู่กระปุกเดียวก็ใช้เรื่อยไปตลอดทั้งปี โดยเฉพาะสาวห้องแอร์ 
นอกจากจะต้องดื่มน้ำเยอะๆแล้ว การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่สามารถเก็บกักความชุ่มชื้นไว้ได้จะดีกว่า จำไว้ น้ำไปเหี่ยวมา 

8. ฉลาดในการแต่งหน้า
ด้วยการใช้ครีมรองพื้น คอนซีลเลอร์ และแป้งทาให้ทั่วใบหน้า นอกจากจะช่วยปกป้องริ้วรอยแล้ว ยังลดความหมองคล้ำ 
รอยดำ และจุดบกพร่องที่ไม่พึงปรารถนา แนะให้เลือกเครื่องสำอางที่มีส่วนผสมของสารสกัดธรรมชาติ วิตามิน 
และสารกรองแสงแต่งหน้า เพราะนอกจากจะสวยงามแล้วยังมีคุณค่าต่อผิวอีกด้วย 

9. อาหารดี สุขภาพดี
เลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผัก ผลไม้ เป็นประจำ เพื่อให้อาหารแก่ผิวพรรณสม่ำเสมอ 

10. อารมณ์ดี
ทุกสิ่งในโลกล้วนมีผลเกี่ยวเนื่องกัน เมื่ออารมณ์แจ่มใส ใจไม่เครียด ไม่กังวล ย่อมส่งผลสู่ภายนอก คิดดูว่าเมื่อใจสบาย 
หน้าก็ไม่นิ่ว คิ้วก็ไม่ขมวด รอยย่นก็ไม่ถามหา


วันพฤหัสบดีที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2556

ตำแหน่งของสิว





บริเวณหน้าผาก ( โซนที่ 1 และ 3 )
การเกิดสิวในบริเวณนี้เกี่ยวข้องกับการทำงานของระบบย่อยอาหาร กระเพาะปัสสาวะ และต่อมหมวกไต                       
สาเหตุ มาจากการมีความเครียดสูง  / การทารองพื้นที่หนาเกินไปและการแต่งหน้าบริเวณคิ้วมากไปแล้วล้างเครื่องสำ อางค์ไม่สะอาด ก่อให้เกิดเป็นสิวขึ้นบริเวณนี้ได้เช่นกัน
วิธีการแก้ไข 
  1. ควรผักผ่อนให้เพียงพออย่างน้อยวันละ 8 ชั่วโมง เพื่อช่วยให้ตับทำงานได้มีประสิทธิภาพดีขึ้น 
  2. ดื่มน้ำให้ได้อย่างน้อยวันละ 8-10 แก้ว เพราะการดื่มน้ำจะช่วยเรื่องของการขับถ่ายและย่อยอาหาร
  3. ออกกำลังกายอย่างน้อยวันละ 20-30 นาที รวมถึงหากิจกรรมต่างๆเพื่อคลายความเครียด
  4. ล้างเครื่องสำอางหรือแชมพูสระผมให้สะอาด หากมีการใส่หมวกเป็นประจำควรมีการทำความสะอาดหมวกให้สะอาดอยู่เสมอ

- บริเวณกลางหน้าผากระหว่างคิ้ว ( โซนที่ 2 )
ปัญหาหลักอาจเกิดจากระบบการทำงานของตับ รวมไปถึงปัญหาของการย่อยสารอาหารจำพวกแลกโตส ซึ่งอยู่ในนมวัวหรืออาหารที่มีส่วนผสมของนมวัว
สาเหตุ เกิดจากการทานอาหารรสจัด และการทานอาหารดึกเกินไป รวมถึงรับประทานอาหารผลิตภัณฑ์นมวัวเพราะย่อยยากกว่าพวกนมถั่วเหลือง
วิธีการแก้ไข
  1. หลีกเลี่ยงการทานอาหารรสจัด หรือการทานอาหารในช่วงดึก
  2. งดเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์และงดสูบบุหรี่

- บริเวณหูทั้งสองข้าง  ( โซนที่ 4 และ 10 )
การเกิดสิวในบริเวณนี้เกิดขึ้นจากปัญหาเรื่องการทำงานของไต และอุณหภูมิในร่างกายที่สูงเกินไป 
สาเหตุ เกิด จากการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ น้ำอัดลม กาแฟหรือการกินเนื้อสัตว์มากเกินไป นอกจากนี้ยังเกิดจากการล้างแชมพูหรือสบู่ออกไม่หมด รวมไปถึงการใช้โทรศัพท์มือถือที่มากเกินไปก็มีส่วนดังนั้นควรทำความสะอาด โทรศัพท์ หรือ มือถือเป็นประจำ
วิธีการแก้ไข
  1. หลีกเลี่ยงอาการที่มีไขมันสูง เช่น ของทอด อาหารประเภท fast food, junk food ต่างๆ
  2. ทานผัก ผลไม้ที่ช่วยลดอุณหภูมิในร่างกาย เพิ่มกากใยช่วยย่อยทำให้ร่างกายขับของเสียและความร้อนออก เช่น  แตงกวา แตงโม น้ำเต้า เป็นต้น
  3. รักษาความสะอาดบริเวณใบหูอย่างดี ล้างแชมพูและสบู่ให้หมดจด รวมไปถึงงดการใช้โทรศัพท์เป็นเวลานานเมื่อเกิดสิวบริเวณดังกล่าว

- บริเวณแก้มทั้งสองข้าง ( โซนที่ 5 และโซนที่ 9 )
สิวบริเวณนี้เกี่ยวข้องกับปัญหาเรื่องระบบทางเดินหายใจ ไซนัสและปอด 
สาเหตุ มา จากการสูบบุหรี่จัดหรือการแพ้ควันบุหรี่ มีอาการภูมิแพ้หรือหวัดเรื้อรัง การเลือกใช้รองพื้นที่ไม่เหมาะสม หรืออาจเกิดจากการแพ้อาหารทะเล รวมถึงการแพ้ปอกหมอน
วิธีการแก้ไข
  1. ลดการสูบบุหรี่ และหลีกเลี่ยงการอยู่ในพื้นที่ที่แออัด เสี่ยงต่อการสัมผัสฝุ่นละอองและควันบุหรี่
  2. หลีกเลี่ยงการทานอาหารประเภทที่มีน้ำตาลและน้ำอัดลม
  3. ฝึกการออกกำลังกายเพื่อบริหารปอด เช่น การเต้นแอโรบิค ในช่วงเวลา 19.00-21.00 เพราะเป็นช่วงเวลาที่ปอดทำงานได้มีประสิทธิภาพมากที่สุด
  4. พยายามฝึกการขับถ่ายให้เป็นระบบและเป็นเวลา
  5. ดูแลความสะอาดอุปกรณ์แต่งหน้าอื่นๆให้สะอาดอยู่เสมอ
  6. หากรู้สึกว่าสิวเกิดขึ้นหลังจากการรับประทานอาหารทะเล ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที
  7. ทำความสะอาดปลอกหมอนอย่างสม่ำเสมอ

- บริเวณรอบดวงตาซ้ายและขวา ( โซนที่ 6 และโซนที่ 8 )
ปัญหาการเกิดสิวในบริเวณนี้เกิดจากการความผิดปกติของไต ปัญหาเรื่องโรคภูมิแพ้
สาเหตุ มา จากการเลือกใช้เครื่องสำอางที่ไม่เหมาะกับสภาพผิว หรือการใส่แว่นตาที่มีการเสียดสีกับรอบดวงตาจนเกิดเป็นสิวขึ้น การมีสารตกค้างในร่างกายมากเกินไป การพักผ่อนไม่เพียงพอ รวมไปถึงการระคายเคืองที่เกิดจากอาการภูมิแพ้และการการขาดสารอาหารที่จำเป็น
วิธีการแก้ไข
  1. พักผ่อนให้เพียงพอ เลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย โดยเฉพาะอาหารที่มีวิตามินสูงจำพวก ผลไม้
  2. เลือกใช้เครื่องสำอางที่เหมาะกับสภาพผิว
  3. ทำความสะอาดแว่นตาที่ใช้สม่ำเสมอ

- บริเวณจมูกและริมฝีปาก ( โซนที่ 7 )
มีผลมาจากปัญหาเกี่ยวกับการทำงานของ หัวใจ ระบบสืบพันธุ์ (การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน) ซึ่งหากมีมีผิวสีแดงเข้มที่จมูก อาจส่งผลมาจากระดับความดันเลือดสูงผิดปกติ
สาเหตุ มา จากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนที่อยู่ในช่วงมีประจำเดือน และช่วงตั้งครรภ์ การใช้ยาคุมกำเนิด นอกจากนี้ยังเกิดจากการแพ้ลิปสติกหรือยาสีฟัน
วิธีการแก้ไข
  1. งดอาหารที่มีรสจัดและมีส่วนผสมของเครื่องเทศและกระเทียม
  2. ทานอาหารจำพวกเนื้อสัตว์ให้น้อยลง
  3. ดื่มน้ำในอุณหภูมิปกติ ( ไม่อุ่นหรือแช่เย็น )
  4. เลือกทานอาหารที่มีวิตามินบีสูงในระยะที่มีการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน
  5. เปลี่ยนลิปสติกหรือยาสีฟันที่ใช้เป็นประจำ

- บริเวณด้านข้างของคางหรือช่วงกราม ( โซนที่ 11 และ 13 )
เกิดจากปัญหาเรื่องของระบบฟันและโดยเฉพาะกรามฟัน 
สาเหตุ อาจเกิดจากการขาดวิตามิน หรือเกิดจากหลังจากการทำฟัน หรืออยู่ในช่วงของการปรับเปลี่ยนฮอร์โมน
วิธีการแก้ไข
  1. แปรงฟันและดูแลสุขภาพฟันให้สะอาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากการทำฟัน
  2. กินผักและผลไม้มากขึ้น
  3. มั่นตรวจสอบความผิดปกติของฮอร์โมน เมื่อมีสิวขึ้นบริเวณดังกล่าวผิดปกติ

- บริเวณปลายคาง ( โซนที่ 12 )
มีผลมาจากระบบลำไส้เล็กและระบบการย่อยของกระเพาะอาหาร
สาเหตุ การเกิดสิวบริเวณนี้เกิดจากการเลือกทานอาหารที่มีรสจัดจนลำไส้เป็นแผล และปัญหาการดูดซึมอาหารของกระเพาะอาหาร
วิธีการแก้ไข
  1. ลดการทานอาหารที่มีรสจัด
  2. เคี้ยวอาหารให้ละเอียดก่อนกลืนเพื่อง่ายแก่การย่อยของกระเพาะอาหาร 

- บริเวณใต้คาง ( โซนที่ 14 )
สิวบริเวณนี้เกิดจากเรื่องของความเครียดเป็นหลัก รวมไปถึงความสะอาดของบริเวณดังกล่าว
สาเหตุ มาจากความเครียดของผู้เป็นสิว และการล้างเครื่องสำอาง หรือการล้างผลิตภัณฑ์ที่ใช้ทำความสะอาดผิวไม่สะอาด
วิธีการแก้ไข
  1. หากิจกรรมคลายเครียดหรือหลีกเลี่ยงเรื่องที่จะก่อให้เกิดความเครียด
  2. ล้างเครื่องสำอางหรือผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวให้สะอาด ไม่ให้ตกค้างในผิว