วันศุกร์ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2556

ริ้วรอยตีนกา


สาเหตุที่ทำให้เกิดริ้วรอยก่อนวัยอันควร 

1 สาเหตุจากอายุ 
อายุ เป็นสัจธรรมที่ใครก็หลีกหนีไม่พ้น เมื่ออายุมากขึ้นผิวพรรณอันเป็นสังขารก็ย่อมล่วงโรยตามวันเวลาที่มากขึ้นเป็นธรรมดา อย่างไรก็ตามมีการศึกษาการเกิดริ้วรอยบนใบหน้าของผู้หญิง พบว่าจะแตกต่างกันตามวัยที่เพิ่มขึ้นดังนี้ 

· ปลายอายุ 20 เริ่มมีริ้วรอยบางๆ ที่ใต้ตา ริ้วรอยรอบๆ ตา ซึ่งเป็นผลจากการยิ้ม 

· ต้นอายุ 30 มีริ้วรอยบางๆ รอบดวงตาลึกขึ้น และรวมตัวชัดเป็นรอยเหี่ยวย่น รอยตีนกาที่หางตา และริ้วรอยบางๆ ระหว่างคิ้วและบนหน้าผาก ที่เป็นผลจากกิริยาขมวดคิ้ว 

· ปลายอายุ 30 รอยเหี่ยวย่นรอบดวงตา หน้าผาก และหว่างคิ้วเพิ่มมากขึ้น รอยเหี่ยวย่นรอบริมฝีปาก รอยเหี่ยวใต้ตา และร่องแก้มหย่อนคล้อยตามแรงโน้มถ่วงของโลก 

· อายุ 40 ขึ้นไป รอยเหี่ยวย่นรอบดวงตา ริมฝีปาก หน้าผาก และหว่างคิ้ว รอยเหี่ยวย่นจากการหย่อนคล้อยของผิวหน้า เส้นริ้วรอยที่ลำคอ 

2 ปริมาณสารคอลลาเจนที่อยู่ใต้ผิว 
โดยปกติผิวหน้าคุณเต่งตึงสวยงามอยู่ได้ เพราะสารคอลลาเจนที่อยู่ใต้ผิว ฉะนั้นเมื่ออายุมากขึ้น ร่างกายผลิตคอลลาเจนได้น้อยลง หรือความสมบูรณ์ของคอลลาเจนเสื่อมลง ริ้วรอยย่อมเกิดขึ้น แต่เกิดช้าๆ ทีละน้อย เริ่มจากรอยเล็กๆ บางๆ จนแทบมองไม่เห็นหรือมองข้ามไป มารู้ตัวอีกทีก็เป็นรอยลึกเสียแล้ว ซึ่งในแต่ละคน แต่ละเชื้อชาติล้วนมีต้นทุนคอลลาเจนแตกต่างกัน ส่วนคนเอเซียอย่างเรา แม้คอลลาเจนไม่แข็งแรงเท่าคนผิวดำ แต่ดีกว่าฝรั่งเยอะ เปรียบเทียบคนไทยกับฝรั่งที่อายุเท่ากันจะเห็นว่าคนไทยสาว ใส ดูดีกว่ามาก 

3 สภาวะแวดล้อม และวิถีชีวิต 
สภาวะแวดล้อม และวิถีชีวิตก็มีส่วนในการเกิดริ้วรอยด้วยเช่นกัน แพทย์ผิวหนังจึงแนะนำวิธีดูคุณภาพผิวที่แท้จริงด้วยการเปรียบเทียบระหว่างผิวที่ใบหน้ากับผิวที่ก้น ถ้าผิวที่หน้ามีริ้วรอยมากมาย ในขณะที่ก้นยังเต่งตึงอยู่ละก็ แสดงว่าพื้นฐานผิวคุณดี ปัจจัยภาพนอกเป็นตัวการทำลายคอลลาเจน และก่อให้เกิดริ้วรอย เช่น แสงแดด สูบบุหรี่จัด การที่น้ำหนักขึ้นๆ ลงๆ เป็นต้น 

4 แสงแดด 
เจ้าตัวนี้แหล่ะค่ะ ที่สามารถทำให้เกิดริ้วรอยก่อนวัยอันควรได้ เป็นสิ่งที่เราควรหลีกเลี่ยงและควรป้องกันเป็นอย่างยิ่ง รังสีอัลตราไวโอเลตในแสงแดดถือเป็นศัตรูตัวฉกาจที่กระตุ้นให้ผิวสร้างอนุมูลอิสระ และทำลายอีลาสตินกับคอลลาเจนในผิวหนังให้เสื่อมสภาพเร็วขึ้น ซึ่งเจ้ามารร้ายอัลตราไวโอเลตนี้มีพี่น้องร่วมท้อง 2 ชนิด รังสีผู้พี่คือ อัตราไวโอเลตเอ (ชื่อเล่นคือ UVA) โดย UVA จะค่อยๆทำให้ผิวเสื่อมสภาพโดยที่เราไม่รู้ตัวว่ากำลังถูก UVA ทำลายความแข็งแรงของอีลาสติน หรือคอลลาเจนอยู่ สาวๆ ออฟฟิศที่ทำงานในห้องแอร์เย็นฉ่ำไม่ทาครีมกันแดด หารู้ไม่ว่า UVA สามารถทะลุผ่านกระจกเข้าไปทำลายคุณได้ตั้งแต่เช้าจรดเย็น 

ประเภทริ้วรอยบนใบหน้า
สามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภท คือ

· ริ้วรอยที่(ควร)รับได้ เกิดขึ้นอย่างเหมาะสมกับวัย เช่น รอยตีนกา ร่องแก้มที่เกิดจากการยิ้ม ซึ่งจะทำให้ดูใจดี โอบอ้อมอารี มีความสุข

· ริ้วรอยที่(ควร)รับไม่ได้ ส่วนใหญ่เป็นร่องรอยจากพฤติกรรม เกิดจากความเครียด ความกังวล ทำให้แลดูสูวัยกว่าอายุจริง เช่น บริเวณรอบริมฝีปาก หน้าผาก ระหว่างคิ้ว รวมถึงริ้วรอยใต้ตา

· ริ้วรอยแถม คือ ริ้วเล็กๆ จำนวนมาก ทำให้ดูเหมือนผิวไม่เรียบเนียน พวกนี้ไม่ใช่ริ้วรอยถาวร เกิดจากผิวแห้ง ขาดความชุ่มชื่น เมื่อทาครีมบำรุงอย่างต่อเนื่องจะดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด รอยพวกนี้ไม่เกี่ยวกับคอลลาเจนเลย 

 วิธีการปกป้องริ้วรอยบนใบหน้า

1. ปกป้องผิวพรรณจากแสงแดด
รู้กันทั่วว่าทั้งเจ้ารังสียูวีเอและยูวีบีเป็นตัวการสำคัญทำให้เกิดริ้วรอย ยิ่งอาทิตย์สาดแสงแรงตลอดเวลาอย่างเมืองไทย 
แนะให้เลี่ยงเสีย หรือถ้ามีเหตุต้องปะทะแดดก็ชโลมครีมกันแดดเข้าไป นอกจากจะป้องกันผิวไม่ให้ไหม้แดดอันเป็นสาเหตุทำให้เกิดริ้วรอยแล้ว ยังป้องกันมะเร็งผิวหนังไปในตัว 

2. สวมแว่นกันแดด
นอกจากจะปกป้องผิวรอบดวงตาจากรังสีอัลตราไวโอเลตแล้ว ยังช่วยลดอาการหรี่ตา ย่นคิ้ว อันเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดรอยตีนกาได้ชะงัดนัก

3. ไม่สูบบุหรี่
การสูบบุหรี่ทำให้ออกซิเจนไม่สามารถไปหล่อเลี้ยงผิวพรรณได้เต็มที่และเพียงพอ ทำให้เซลล์ผิวหนังไม่สดใสและส่งผลให้เกิดเซลล์ใหม่ล่าช้าแล้ว ยังเร่งให้เกิดริ้วรอยบนใบหน้าเร็วขึ้น สำคัญที่สุดคือรอยย่นเล็กๆบริเวณริมฝีปาก ถ้าไม่อยากมีจีบรอบปากแถมปากดำคล้ำล่ะก็ เลิกเสีย 

4. รักษาความสะอาดอย่างล้ำลึก
หลังเสร็จภารกิจประจำวัน ไม่ว่าจากงานหรือเริงร่า อย่าลืมล้างหน้าให้สะอาดหมดจด นี่คือกฎเหล็กที่สาวทุกคนห้ามลืม 
ห้ามเผลอ ห้ามขี้เกียจผลัดคืนเป็นรุ่งเป็นอันขาด โดยเฉพาะสาวที่พอกเครื่องสำอาง ไม่ว่าจะหนาเตอะหรือบางเบา 
ก่อนล้างหน้าต้องใช้ครีมเช็ดคราบเครื่องสำอางให้หมดก่อนเสมอ แล้วจึงล้างด้วยสบู่ล้างหน้าที่เลือกสรรแล้วว่าเหมาะกับสภาพผิว เพื่อขจัดสิ่งสกปรกและเซลล์ผิวที่ตายแล้วให้หลุดลอกออกไป 

5. ให้ความชุ่มชื่นแก่ผิว
คืนความชุ่มชื้นให้แก่ผิวหน้าด้วยการโปะไนท์ครีมก่อนนอนทุกคืน และเติมกำลังเสริมด้วยการมาสก์หน้าทิ้งไว้ 5 – 10 นาทีอาทิตย์ละครั้ง ย้ำว่าอาทิตย์ละครั้ง ยุทธวิธีทบดอกเบี้ยประเภทอาทิตย์นี้ลืมอาทิตย์หน้ามาสก์ไปครึ่งชั่วโมงนั้น อย่าได้นำมาใช้เชียว 

6. การปรับสภาพผิว
หมั่นขัด นวด และปรับสภาพผิวเป็นประจำ อาทิตย์ละครั้งอีกเช่นกัน อาจจะด้วยการใช้สครับขัดหน้าเพื่อให้เซลล์ผิวกลับคืนสู่ความสดใส มีชีวิตชีวา อีกทั้งยังช่วยกระตุ้นการหมุนเวียนของระบบโลหิตให้แข็งแรงกระฉับกระเฉง ตบท้ายด้วยผลิตภัณฑ์ที่เปี่ยมคุณค่า อาทิ 
เซรั่มบำรุงผิวหรือครีมเข้มข้นที่พลิกฟื้นความสดชื่นให้แก่ผิวพรรณ 

7. คำนึงถึงสภาพอากาศ
ในแต่ละฤดูกาลทำให้ความชุ่มชื้นของผิวพรรณเปลี่ยนแปลง จึงควรใช้ครีมบำรุงตามสภาพอากาศไม่ใช่มีครีมอยู่กระปุกเดียวก็ใช้เรื่อยไปตลอดทั้งปี โดยเฉพาะสาวห้องแอร์ 
นอกจากจะต้องดื่มน้ำเยอะๆแล้ว การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่สามารถเก็บกักความชุ่มชื้นไว้ได้จะดีกว่า จำไว้ น้ำไปเหี่ยวมา 

8. ฉลาดในการแต่งหน้า
ด้วยการใช้ครีมรองพื้น คอนซีลเลอร์ และแป้งทาให้ทั่วใบหน้า นอกจากจะช่วยปกป้องริ้วรอยแล้ว ยังลดความหมองคล้ำ 
รอยดำ และจุดบกพร่องที่ไม่พึงปรารถนา แนะให้เลือกเครื่องสำอางที่มีส่วนผสมของสารสกัดธรรมชาติ วิตามิน 
และสารกรองแสงแต่งหน้า เพราะนอกจากจะสวยงามแล้วยังมีคุณค่าต่อผิวอีกด้วย 

9. อาหารดี สุขภาพดี
เลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผัก ผลไม้ เป็นประจำ เพื่อให้อาหารแก่ผิวพรรณสม่ำเสมอ 

10. อารมณ์ดี
ทุกสิ่งในโลกล้วนมีผลเกี่ยวเนื่องกัน เมื่ออารมณ์แจ่มใส ใจไม่เครียด ไม่กังวล ย่อมส่งผลสู่ภายนอก คิดดูว่าเมื่อใจสบาย 
หน้าก็ไม่นิ่ว คิ้วก็ไม่ขมวด รอยย่นก็ไม่ถามหา


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น