วันพุธที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2556

จุดด่างดำ


รอยดำจากสิวเกิดจากการผลิตเม็ดสีของผิวคนเราเอง โดยเป็นภาวะที่ผิวหนังทำหน้าที่รักษาอาการบาดเจ็บในบริเวณที่เป็นสิว เพราะผิวหนังจะตอบสนองต่อสิวเหมือนกับเวลาเราเป็นแผลอักเสบซ้ำๆ ในขั้นตอนที่ผิวทำการรักษาแผลจากสิวนั้นเมลาโนไซท์ที่ทำหน้าที่ผลิตเม็ดสีเมลานินจะมีจำนวนมากขึ้นและแพร่ไปยังเซลล์ผิวรอบๆยิ่งการอักเสบนั้นกระจายลงไปถึงผิวชั้นหนังแท้มากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งทำให้เม็ดสีผิวที่เข้มและกระจายเป็นวงกว้างขึ้น รวมไปถึงอาจเกิดการปรับเปลี่ยนการทำงานของภูมิคุ้มกันระดับเซลล์จนทำให้เกิดรอยแดงรอยดำขนาดใหญ่

สาเหตุการเกิดจุดด่างดำกันก่อนว่ามีอะไรบ้าง
1. จุดด่างดำที่ทิ้งไว้หลังหายจากการเป็นสิว
2. จุดด่างดำที่ผุดขึ้นหลังจากเผชิญกับแสงUV
3. จุดด่างดำที่เกิดเมื่ออายุที่เพิ่มมากขึ้น อาจจะมาในรูปแบบของ กระ ฝ้า
4. จุดด่างดำที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน
5. จุดด่างดำที่เกิดหลังจากการเป็นแผล การติดเชื้อ อาการระคายเคือง
6. จุดด่างดำที่เกิดจากกรรมพัน

วิธีการลด และ รักษาจุดด่างดำ

1. กรดผลไม้ผลัดเซลล์ผิว เผยผิวใหม่ :
อาจจะใช้กรดผลไม้จากผลไม้ธรรมชาติมาทำทรีทเมนท์ เช่น กรดผลไม้จากมะนาว
หรือ ใช้ครีมบำรุงที่มีส่วนผสมของกรดผลไม้ ทำให้เซลล์ผิวชั้นนอกที่มีจุดด่างดำค่อยๆ
ผลัดเซลล์ผิวออกให้จุดด่างดำดูจางลง ผิวดูกระจ่างขึ้น

2. ครีมบำรุงที่มีส่วนผสมยับยั้งการสร้างเม็ดสี หรือ สาร Anti Oxidant :
อาทิ VIT C / ARBUTIN / KOJIC ACID / LICORICE EXTRACT / AZELAIC ACID ฯลฯ
จุดด่างดำจะดูจางลง สีผิวจะดูผ่องขึ้น เนื่องจากไปยับยั้งการสร้างเม็ดสีเมลานินสีเข้ม

3.ฉายแสง LED สีเขียว และ สีเหลือง :
ทำให้เม็ดสีเมลานินมีสีที่อ่อนลง จุดด่างดำจะจางลง

4. การตั้งครรภ์ หรือ การใช้ยาคุมกำเนิด :
ควรใช้อย่างระมัดระวัง ยาคุมกำเนิด หรือ แม้แต่ยาบางประเภทก่อนใช้ควรศึกษาข้อมูลอย่างดี
เพราะอาจส่งผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน และทำให้เกิดจุดด่างดำขนาดใหญ่
หรือเป็นฝ้าได้ อาจจะหายไปเองหลังคลอด หรือ หยุดรับประทานยาทุกชนิดที่ทำให้เกิดฝ้า

5. ทานอาหารเสริมต้านอนุมูลอิสระ :
เช่น รับประทานวิตามินซี เพราะเวลาร่างกายเกิดอนุมูลอิสระ เช่น อาจจะมาจากความเครียด
ก็จะส่งผลให้เกิดการกระตุ้นการสร้างเม็ดสีให้เข้มขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ จุดด่างดำอาจเห็นชัดขึ้น
ฝ้าเข้มขึ้น การรับประทานวิตามิน ซี ก็อาจจะทำให้ฝ้าเจือจางลงได้

6. ยิงแสง IPL :
ความเข้มแสง IPL ที่ถูกตั้งค่าอย่างถูกต้อง พอเหมาะ จะเห็นผลดีกับจุดด่างดำ
ที่เกิดขึ้นใหม่ และ ควรทำโดยแพทย์ผิวหนังเฉพาะทางเท่านั้น
เพื่อป้องกันการไหม้ ส่วนคนผิวสีเข้มควรศึกษาหาข้อมูลหรือปรึกษาแพทย์ก่อน


การรักษาด้วยน้ำมะนาว
       เราสามารถใช้กรดผลไม้จากธรรมชาติมาทำทรีตเมนต์ โดยเฉพาะ น้ำมะนาวที่มีฤทธิ์เป็นกรด สามารถทำให้เซลล์ผิวชั้นนอกที่มีจุดด่างดำค่อยๆ ผลัดเซลล์ผิวออก รอยคล้ำดูจางลง ผิวดูกระจ่างขึ้น เพราะมะนาวเปรียบเสมือนสารฟอกสีธรรมชาติ ที่ช่วยผลัดผิวให้ขาวขึ้น และยังช่วยลดการเพิ่มการผลิตเม็ดที่เข้มเฉพาะจุด ในบริเวณแก้ม รอบจมูก หน้าผาก และ เหนือริมฝีปาก แนะนำให้ใช้น้ำมะนาวทาบริเวณที่มีจุดด่างดำเป็นประจำทุกวัน และจะสามารถเห็นผลที่ชัดเจนภายใน 3 สัปดาห์ หรือ จะนำน้ำมะนาวมาผสมกับน้ำผึ้ง และมาส์กบริเวณทั่วใบหน้า เพื่อเพิ่มความกระจ่างใสก็ได้

การรักษาด้วยมาส์กมะละกอ
      
       มะละกออุดมไปด้วยสารปาเปน ซึ่งเป็นเอนไซม์โปรตีน ที่ช่วยขัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วให้หลุดออก และกระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวใหม่ที่สดใสกว่าขึ้นมาแทน ตามหลักแล้วสารปาเปนจะสะสมอยู่ในมะละกอดิบมากกว่ามะละกอสุก แต่การใช้ผลมะละกอดิบมาขัดใบหน้าบริเวณที่มีรอยด่างดำ อาจทำให้เกิดกลิ่นไม่พึงประสงค์ จึงขอแนะนำสูตรการทำมาส์กมะละกอสุก ซึ่งอุดมไปด้วยวิตามินซีและอี ที่จะช่วยขัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วและช่วยให้ผิวเนียนนุ่ม เพียงแค่นำเนื้อมะละกอสุกมาปั่นให้ละเอียดแล้วพอกหน้า โดยเว้นรอบดวงตาทิ้งไว้ 15-20 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่นจะรู้สึกผิวหน้าเต่งตึงและสดชื่นขึ้น

การรักษาด้วยมาส์กข้าวโอ๊ต-น้ำผึ้ง
      
       ข้าวโอ๊ตและน้ำผึ้งเป็นส่วนผสมที่ลงตัวสำหรับอาหารผิว และเป็นสูตรที่นิยมอย่างมาก เพราะมีสรรพคุณที่ดีต่อผิวพรรณ ใช้ขัดผิวด้วยวิธีธรรมชาติ เพื่อลดจุดด่างดำบนใบหน้า และยังช่วยขัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วออก เพื่อให้ผิวหน้าดูเกลี้ยงเกลาและเปล่งปลั่งสดใส สาวๆสามารถปรุงมาส์กพอกหน้าสูตรนี้ ได้เอง โดยนำข้าวโอ๊ตมาบดให้เป็นผงละเอียด และ ผสมเข้ากับน้ำผึ้งบริสุทธิ์ ทาส่วนผสมนั้นให้ทั่วใบหน้า โดยหลีกเลี่ยงบริเวณรอบดวงตา ปล่อยทิ้งไว้ 30 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น จากนั้นใช้ผ้าขนหนูนุ่มๆ ซับให้แห้ง

การรักษาด้วยว่านหางจระเข้
       
       ว่านหางจระเข้เป็นสมุนไพรที่ขึ้นชื่อในเรื่องของความเย็น ช่วยบรรเทาอาการแสบร้อนของผิวที่โดนแดดเผาได้ดี และยังสามารถลบเลือนรอยฝ้าบนใบหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งยังสามรถลดรอยด่างดำ และ ความไม่สม่ำเสมอของสีผิว โดยนำเนื้อวุ้นที่ล้างสะอาด หรือ เจลว่านหางจระเข้ ทาบริเวณใบหน้าวันละ 2 ครั้ง ทิ้งไว้ครั้งละประมาณ 45 นาที รอยด่างดำต่างๆ จะดูลดเลือนลงในเวลา 1-2 เดือน

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น